Apple ย้ำ Siri มีแต่ใน iPhone 4S เท่านั้น รุ่นก่อนหน้า…อด !!


ก็เป็นอันที่เอวังกันไป สำหรับคนที่หวังจะใช้งาน Siri บน iPhone 4 หรือในเครื่องอื่นๆนอกเหนือจาก iPhone 4S เพราะได้มีคนส่งอีเมลไปถามนาย Michael Steeber ที่เป็นนักพัฒนาของ Apple เกี่ยวกับเรื่องของ Siri ซึ่งได้มีอีเมลตอบกลับมาจาก Apple ยืนยันชัดเจนเลยว่า Siri ใช้ได้บน iPhone 4S เท่านั้น และไม่มีแผนจะไปพอร์ตลงเครื่องรุ่นเก่าเครื่องอื่นอีกด้วย ทำให้หลายๆคนที่หวังรอการปล่อย Siri ให้เครื่องรุ่นเก่าใช้อย่างเป็นทางการของ Apple ดูจะหมดโอกาสไปซะแล้ว ก็ต้องหวังให้มี dev สายมืดจัดให้ซะแล้วละนะNoSiri
ซึ่งสาเหตุหลักๆก็คืออย่างที่หลายๆคนทราบกัน คือพลังในการประมวลผลแบบหลายเธรดของ A5 นั้นสูงกว่า A4 มาก แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือ ความต่างของตัวรับสัญญาณอินฟราเรดภายใน Proximity Sensor ที่ขอบบนของจอ ที่มีรูปร่างเปลี่ยนไปเล็กน้่อย นอกจากนี้รูปแบบการเริ่มทำงานก็ต่างกันด้วย
โดยใน iPhone 4 นั้น ตัว Proximity Sensor จะทำงานเฉพาะตอนที่มีการโทรศัพท์ หรือการโทรประเภทอื่นๆ เช่น Skype ส่วนใน iPhone 4S นั้น ตัว Sensor จะเริ่มทำงานทุกครั้งที่มีการเปิดจอ (หรือนี่จะเป็นอีกสาเหตุที่มันกินแบต !!) ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการทำงานในการตรวจจับความห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องในการใช้ Siri ก็เป็นได้ (อ้าว แล้วในกรณีที่ใช้งานแบบ hand-free ล่ะ ??)
ซึ่งความแตกต่างในการเริ่มการทำงานนั้น สามารถชมได้จากในคลิปด้านล่างนี้เลย
ก็เป็นอันที่เอวังกันไป สำหรับคนที่หวังจะใช้งาน Siri บน iPhone 4 หรือในเครื่องอื่นๆนอกเหนือจาก iPhone 4S เพราะได้มีคนส่งอีเมลไปถามนาย Michael Steeber ที่เป็นนักพัฒนาของ Apple เกี่ยวกับเรื่องของ Siri ซึ่งได้มีอีเมลตอบกลับมาจาก Apple ยืนยันชัดเจนเลยว่า Siri ใช้ได้บน iPhone 4S เท่านั้น และไม่มีแผนจะไปพอร์ตลงเครื่องรุ่นเก่าเครื่องอื่นอีกด้วย ทำให้หลายๆคนที่หวังรอการปล่อย Siri ให้เครื่องรุ่นเก่าใช้อย่างเป็นทางการของ Apple ดูจะหมดโอกาสไปซะแล้ว ก็ต้องหวังให้มี dev สายมืดจัดให้ซะแล้วละนะNoSiri
ซึ่งสาเหตุหลักๆก็คืออย่างที่หลายๆคนทราบกัน คือพลังในการประมวลผลแบบหลายเธรดของ A5 นั้นสูงกว่า A4 มาก แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือ ความต่างของตัวรับสัญญาณอินฟราเรดภายใน Proximity Sensor ที่ขอบบนของจอ ที่มีรูปร่างเปลี่ยนไปเล็กน้่อย นอกจากนี้รูปแบบการเริ่มทำงานก็ต่างกันด้วย
โดยใน iPhone 4 นั้น ตัว Proximity Sensor จะทำงานเฉพาะตอนที่มีการโทรศัพท์ หรือการโทรประเภทอื่นๆ เช่น Skype ส่วนใน iPhone 4S นั้น ตัว Sensor จะเริ่มทำงานทุกครั้งที่มีการเปิดจอ (หรือนี่จะเป็นอีกสาเหตุที่มันกินแบต !!) ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการทำงานในการตรวจจับความห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องในการใช้ Siri ก็เป็นได้ (อ้าว แล้วในกรณีที่ใช้งานแบบ hand-free ล่ะ ??)
ซึ่งความแตกต่างในการเริ่มการทำงานนั้น สามารถชมได้จากในคลิปด้านล่างนี้เลย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิว Filpboard for iPhone แอพพลิเคชั่นที่จะเปลี่ยน Social Network แบบเดิมๆ ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ตารางง่ายๆ ว่า iPhone, iPod touch, iPad เครื่องไหนเจลเบรคได้หรือไม่ได้

Apple ประกาศวันงาน WWDC 2012 วันที่ 11 มิถุนายน บัตรขายหมดใน 2 ชั่วโมง